ภาพกิจกรรม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์
 ภาพกิจกรรม  









เรื่อง >>  วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 ประชุมผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

รายละเอียด >>  วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ จัด“ประชุมผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อมอบนโยบายและติดตามขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ” โดยมี นางสาวสุภาพันธุ์ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานประชุม พร้อมด้วย นางขวัญนภา จันทร์ดี รองศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อน 5 นโยบายสำคัญ ในการขับเคลื่อนการศึกษาไทย ณ ห้องประชุม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ >>นางสาวสุภาพันธุ์ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวเน้นย้ำสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนนโนยบายการศึกษาและยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับจุดเน้นเชิงนโยบายผ่าน 5 ภารกิจหลัก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิกภาพ >โดยขับเคลื่อนำนโยบาย 5 ด้านไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ดังนี้ 1. “คืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” ที่ผ่านมาครูมีภารกิจทั้งงานเอกสาร ภารกิจที่เกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันของเด็ก และภารกิจที่ครูทำเพิ่มเติมหลายโครงการ ทำให้เวลาที่เหลือในการเรียนการสอนมีน้อย จึงได้ให้แนวทางการสั่งยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อนให้ลดลง และนำเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล AI เข้ามาใช้แบ่งเบาภาระด้านเอกสารงานธุรการ รวมถึงการปรับเกณฑ์ประเมินผู้บริหารที่ต้องนำผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลักแทนการสะสมรางวัล สิ่งที่ให้ความสำคัญคือผู้เรียนและความเหลื่อมล้ำของช่องว่างระหว่างในเมืองกับชนบท และเรื่องของบัณฑิตที่จบมาแล้วขาดทักษะแรงงานที่ยุคใหม่ต้องการ 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส “นโยบายเรียนฟรีไม่ใช่แค่วาทะกรรม ทรัพยากรต้องพุ่งตรงไปสนับสนุนเด็กที่ขาดแคลนและโรงเรียนที่ต้องการมากที่สุด” จึงต้องการรื้อสูตรงบประมาณรายหัวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จัดสรรตามความต้องการอย่างแท้จริงตามความจำเป็นของบริบทพื้นที่ รวมถึง Thailand Zero Dropout ทำให้เด็กหลุดระบบการศึกษาไทยเป็น 0 ให้ได้ ยกระดับทุน ODOS รูปแบบใหม่เพื่อรับประกันว่าเด็กเก่งเด็กเรียนดีทุกอำเภอได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน ส่วนการลดภาระครูเรื่องอาหารกลางวันจะนำร่องระบบครัวกลางหรือ “Cloud Kครitchen” เพื่อให้ครูไม่ต้องเหนื่อยหรือกลายเป็นครูแม่ครัวไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องนี้อีกต่อไป ตามเป้าหมายคือที่โรงเรียนนวัตกรรมที่จะเป็น Sandbox พื้นที่นำร่อง ให้ครูได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนโดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง 3. “ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง” เปลี่ยนจากท่องจำหลักสูตรฐานสมรรถนะ นำหลักคิดวิเคราะห์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเตรียมความพร้อมเปลี่ยนเป็นการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์ เพื่อนำเป็นแนวทางในการสอบ PISA ที่ ORCD ใช้เป็นเกณฑ์วัดในปี 2029 โดยจะตั้งคณะกรรมการ Human Capital Superboard เป็นบอร์ดใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ ดึงเครดิตแบงค์ ระบบ E-Portfolio ให้การเรียนไร้รอยต่อ ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรระดับโลกเพื่อสร้างเด็กไทยให้เป็นพลเมืองโลก 4. “โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง” ทั้งมิติของร่างกายและจิตใจ นำศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ จากโมเดล “AOC” ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง จัดทีมขึ้นมาเพื่อปกป้องเด็กและบุคลากรทางการศึกษาจากภัยทุกรูปแบบ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่อันตรายจากระบบน้ำ ไฟ อาคารสถานที่ ให้ปลอดภัย โรงเรียน 5. “สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” ผลักดันให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ ปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันโลกพัฒนาสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย

 

   อ่าน 14 ครั้ง